20 ความผิดปกติของการเมืองไทย
1. การสืบทอดอำนาจผ่านกลไกนอกระบบเลือกตั้ง
การออกแบบกติกาที่เปิดช่องให้กลุ่มที่ไม่ได้มาจากเสียงประชาชนมีอำนาจกำหนดผู้นำประเทศ ทำให้หลักอำนาจอธิปไตยของปวงชนถูกลดทอนในทางปฏิบัติ แม้จะยังมีการเลือกตั้งก็ตาม
2. ศูนย์อำนาจที่ไม่ต้องรับผิดชอบต่อสาธารณะ
เมื่อมีอำนาจกำหนดทิศทางรัฐโดยไม่อยู่ภายใต้กลไกตรวจสอบและความรับผิดทางการเมือง ระบบดุลยภาพย่อมเสียสมดุล และความโปร่งใสย่อมหดตัว
3. รัฐธรรมนูญที่ออกแบบเพื่อคงอำนาจ
รัฐธรรมนูญควรเป็นสัญญาประชาคม แต่หากเป็นผลผลิตของผู้ยึดอำนาจและกำหนดโครงสร้างเพื่อควบคุมเสียงประชาชน ก็ย่อมขัดต่อหลักประชาธิปไตยเชิงสาระ
4. อำนาจขององค์กรแต่งตั้งเหนือองค์กรเลือกตั้ง
เมื่อองค์กรที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งมีบทบาทชี้ขาดทางการเมือง เสียงประชาชนจะถูกทำให้ด้อยความหมาย
5. การใช้กฎหมายเป็นเครื่องมือทางการเมือง
การตีความหรือบังคับใช้กฎหมายแบบเลือกปฏิบัติทำให้หลักนิติรัฐถูกบิดเบือน และลดความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
6. องค์กรอิสระที่ถูกตั้งคำถามเรื่องความเป็นกลาง
หากองค์กรตรวจสอบถูกมองว่าเลือกข้าง ความชอบธรรมของระบบตรวจสอบถ่วงดุลย่อมสั่นคลอน
7. การจำกัดสิทธิทางการเมืองอย่างไม่สมส่วน
การยุบพรรคหรือเพิกถอนสิทธิ์ทางการเมืองด้วยเกณฑ์ตีความกว้าง อาจกลายเป็นเครื่องมือจำกัดการแข่งขัน
8. บทบาทกองทัพเหนือการควบคุมของพลเรือน
การแทรกแซงทางการเมืองโดยกองทัพทำให้ระบอบประชาธิปไตยไม่มั่นคง และทำลายหลัก civilian supremacy
9. วัฒนธรรมลอยนวลพ้นผิด
เหตุการณ์ละเมิดสิทธิมนุษยชนที่ไม่เคยมีความรับผิดชอบอย่างจริงจัง ทำให้ความยุติธรรมเชิงเปลี่ยนผ่านไม่เกิดขึ้น
10. การจำกัดเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น
การใช้กฎหมายความมั่นคงควบคุมการแสดงออกอย่างกว้างขวาง ทำให้พื้นที่สาธารณะหดตัว และบั่นทอนเสรีภาพขั้นพื้นฐาน
11. โครงสร้างเศรษฐกิจผูกขาด
เศรษฐกิจที่พึ่งพาทุนใกล้อำนาจรัฐและการแข่งขันไม่เสรี ทำให้โอกาสไม่เท่าเทียมและลดศักยภาพประเทศในระยะยาว
12. ระบบอุปถัมภ์ในราชการและการเมือง
การแต่งตั้งหรือเลื่อนตำแหน่งตามความใกล้ชิดมากกว่าความสามารถ ทำให้ประสิทธิภาพของรัฐถดถอย
13. การซื้อเสียงและแลกเปลี่ยนผลประโยชน์
เมื่อเสียงประชาชนกลายเป็นสินค้า ความชอบธรรมของการเลือกตั้งย่อมถูกทำลาย
14. การครอบงำข้อมูลข่าวสาร
การควบคุมหรือบิดเบือนข้อมูลทำให้ประชาชนไม่สามารถตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่ครบถ้วน
15. การตีตราผู้เห็นต่าง
การสร้างวาทกรรมแบ่งแยกทำลายพื้นที่สนทนาในสังคม และขัดต่อหลัก pluralism
16. กระบวนการยุติธรรมที่ไม่สม่ำเสมอ
ความล่าช้าหรือการเลือกปฏิบัติในคดีการเมืองลดความเชื่อมั่นในศาลและหลักความเสมอภาค
17. การรวมศูนย์อำนาจเกินควร
การจำกัดอำนาจท้องถิ่นทำให้ประชาชนไม่สามารถกำหนดอนาคตของพื้นที่ตนเองได้อย่างแท้จริง
18. ความจงรักภักดีเหนือหลักเหตุผล
เมื่อความจงรักภักดีถูกใช้เป็นเกราะคุ้มกันการตรวจสอบ ความรับผิดชอบต่อสาธารณะจะลดลง
19. การศึกษาไม่ส่งเสริมการคิดเชิงวิพากษ์
ระบบการศึกษาที่หลีกเลี่ยงการตั้งคำถามต่ออำนาจ ทำให้พลเมืองขาดทักษะตรวจสอบและถ่วงดุล
20. ความเคยชินต่อความผิดปกติ
สิ่งที่อันตรายที่สุดคือการที่สังคมยอมรับสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องปกติ เมื่อความผิดปกติกลายเป็นความธรรมดา ประชาธิปไตยจะเหลือเพียงเปลือก









